www.สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม.com

TEPA - Travel & Environment Press Agency

TCT3232-S

“นั่งรถไฟ KIHA183 ชมดนตรีในสวนแห่งความรัก @ กาญจนบุรี”

    เรื่อง/ภาพ สุเทพ ช่วยปัญญา สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม

       การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (สสทท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) บริษัทเมืองไทยครีเอทีฟแอนด์ทัวร์จำกัด และสำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม (สทส.) จัดกิจกรรม “นั่งรถไฟ KIHA183 ชมดนตรีในสวนแห่งความรัก @ กาญจนบุรี”

           ลงทะเบียนรับป้ายคล้องคอ     

      นักท่องเที่ยวเดินทางมาลงทะเบียน ที่สถานีหัวลำโพงทั้งหมด 200 คน เต็มทุกที่นั่ง และรับป้ายคล้องคอกันแต่เช้า ลงทะเบียนเรียบร้อยรับเครื่องดื่มร้อน ชา กาแฟ โอวันติน จากนั้นใครจะถ่ายรูปเช็คอินก่อนขึ้นรถไฟได้ตามสบาย รถไฟ KIHA183  ออกเดินทางจากชาลชาลาที่ 4 สถานีรถไฟหัวลำโพงในเวลา 6.00 นาฬิกา เพื่อเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี

   ขอบคุณภาพ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

สะพานข้ามแม่น้ำแควสะพานประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 

     ขอบคุณภาพ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

สร้างขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟของกองทัพญี่ปุ่น เพื่อส่งเสบียงไปยังยุโรป เริ่มจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ไปยังประเทศเมียนมา กองทัพญี่ปุ่นเลือกสร้างสะพานข้ามน้ำแควใหญ่ ที่บริเวณบ้านท่ามะขาม ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี สะพานมีความยาวทั้งหมด 300 เมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2486 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2487 ถูกทหารสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศ โดยการทิ้งระเบิดอย่างหนักจนสะพานหักกลาง ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488

      ขอบคุณภาพ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

รถไฟ KIHA183 ถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควในเวลา 8.45 น. วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศดีเย็นสบาย เพราะมีลมเย็นจากทางเหนือพัดลงมา ทำให้อากาศไม่ร้อนมากนัก รถไฟจอดให้นักท่องเที่ยว Check in ถ่ายรูป กันกลางสะพานเป็นเวลา 30 นาที นักท่องเที่ยวต่างคนต่างทยอยลงมาถ่ายรูปกัน ตามความต้องการคนแต่คน ถ่ายกับหัวรถไฟ ถ่ายกลางขบวน และตามจุดต่างๆของสะพาน ถ่ายจนเป็นที่พอใจ ถ่ายเองไม่ชอบไม่พอใจ ก็มีทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยค่อยดูแลช่วยถ่าย จนเป็นที่พอใจของนักท่องเที่ยว  

    สถานนีถ้ำกระแซเส้นทางรถไฟสายมรณะ 

  ขอบคุณภาพ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

สถานีถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ติดกับ ถ้ำกระแซ และเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึก เมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปเมียนมา บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางโค้งเลียบริมเขา มองลงไปเห็นสายน้ำแควไกลๆ อยู่เบื้องล่าง ภายในถ้ำประดิษฐาน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย ให้นักท่องเที่ยวมากราบขอพร 

      จากสะพานข้ามแม่น้ำแคว รถไฟ KIHA183 ก็เดินทางต่อมายัง สถานนีถ้ำกระแซ ขบวนรถต้องรถความเร็วลงช่วงที่ผ่าน เส้นทางรถไฟสายมรณะ เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เรียกว่า เส้นทางรถไฟสายมรณะ เพราะแลกมาด้วยชีวิตของเชลยศึกฝ่ายสัมพันธ์มิตร ส่วนใหญ่เป็นชาว ออสเตรเลีย อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ตามจำนวนไม้หมอนรถไฟ ที่ใช้สร้างทางรถไฟสายนี้ รถไฟจะจอดให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูป กับเส้นรถไฟสายมรณะเป็นเวลา 30 นาที เช่นกัน

        สวนไทรโยครีสอร์ท 

    นักท่องเที่ยว Check in ถ่ายรูปที่ถ้ำกระแซเสร็จ รถไฟ KIHA183 ก็ถอยกลับมาจอดที่ ที่หยุดรถถ้ำกระแซ ซึ่งตั้งอยู่หน้า สวนไทรโยค รีสอร์ท เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าพักค้างคืนที่นี่ 

     สวนไทรโยค รีสอร์ท มีห้องพักหลายรูปแบบ Edwardain Royal Saloon, Victorian Vintage, The World Residence บ้านอิงดอย บ้านอิงชล บ้านอิงนที และแพริมธาร ภายในรีสอร์ทมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ลานเล่นกองไฟ สปา นวดแผนไทย และร้านกาแฟแพริมน้ำ

คุณสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี และนายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย ให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวกว่า 200 คน นั่งรถไฟ KIHA183 ชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว ข้ามสะพานรถไฟสายมรณะ ล่องแพเปียกยามบ่าย ชมดนตรีในสวนยามเย็น จากพี่อ้วน ขับกล่อม เช้าตักบาตรอาหารพระสงฆ์ ณ สวนไทรโยค รีสอร์ท

     อาหารก็มีบริการครบ 3 มื้อ นักท่องเที่ยวไปถึงก็ได้เวลาทานมื้อกลางวันพอดี มื้อนี้เป็นแบบ Set Menu นำมาด้วยน้ำพริกมะขาม ปลานิลทอดกระเทียม แกงส้มมะละกอ ปิดท้ายของหวาน เป็นน้ำแข็งใสน้ำแดงราดนมข้น

    ทานมื้อกลางวันเสร็จแล้วก็มาทำกิจกรรม ล่องแพเปียก ทางรีสอร์ทมี Package ให้บริการกับแขกที่เข้าพัก นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพทุกคนก่อนที่จะล่องแพเปียก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ใช้เวลาล่องแพเปียกไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมง ขาไปจะมีเรือยนต์ลากแพทวนน้ำขึ้นไปทาง เส้นทางรถไฟสายมรณะ ขากลับจะปล่อยนักท่องเที่ยวลงน้ำ เพื่อไหลตามน้ำมาขึ้นที่ท่าน้ำของรีสอร์ท ถ้าไม่ลงน้ำก็นั่งแพกลับมาได้ ก็สนุกไปคนละแบบตามใจปรารถนา

         ดนตรีในสวนแห่งความรักพี่อ้วนวารุณีสุนทรีสัวสดิ์ขับกล่อม

    เหนื่อยจากการล่องแพเปียก แล้วก็มานอนฟัง ดนตรีในสวนแห่งความรักยามเย็น บนเตียงผ้าใบให้ผ่อนคลายหายเหนื่อย พร้อมทานมื้อเย็นเป็นแบบ Buffe 7 Menu และยังมีซุ้มอาหารอีก 3 Menu ผัดไทย คอหมูย่าง และขนมปากหม้อ อร่อยทุก Menu

    หลังจากฟังวงเปิดวงไปแล้ว ก็ถึงเวลาของ พี่อ้วน วารุณี สุนทรีสัวสดิ์ อดีตนักร้องนำวง President เจ้าของเสียงเพลง คำเดียว, เธอจะเลือกใคร และอีกหลายเพลง ก็ขึ้นเวที ขับกล่อมเพลงไพเราะ ให้เราได้ดื่มด่ำความสุขไปด้วยกัน ตั้งแต่ขึ้นเวทีจนถึงเพลงปิดท้าย กอดฉัน เวลาผ่านไปเร็วมาก อาหารดี เครื่องดื่มนุ่มๆ ดนตรีไพเราะน่าฟัง ความสุขก็มาเต็ม

    มื้อเช้าเป็นสุดยอดของอาหารเช้า นอกจาก Line Buffe 10 กว่า Menu แล้วยังมี ก๋วยเตี๋ยวรถไฟ ผัดไทย ขนมครก และปาท่องโก๋ ก็มีให้เลือกทาน นอกจากนี้ก็ยังมี French Fries, Pancake มาเอาใจเด็กๆอีกด้วย 

         ถ้ำเชลยหลุมหลบภัยของเชลยศึก

   ถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2484 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร ญี่ปุ่นต้องการก่อสร้างรถไฟสายมรณะ จากประเทศไทยไปประเทศเมียนมา ต่อไปถึงอินเดีย ระยะทางกว่า 400 กม. เพื่อใช้ขนส่งกองทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์จากไทยไป ยุโรป

     ด้านหน้าทางขึ้น ถ้ำเชลยมีอาคารแสดงประวัติการสร้างทางรถไฟสายมรณะตั้งอยู่ นักท่องเที่ยวอยากเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมา รูปถ่ายทางประวัติศาสตร์ ก็สามารถขึ้นไปชมได้ ทางขึ้นเป็นบันไดปูน ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้อย่างสะดวกสบาย สลับกับทางเดินธรรมชาติผ่านป่าไผ่ รวมระยะทาง 400 เมตร ทางขึ้นเขามีป้ายบอกทางไปจนถึงหน้าปากถ้ำ นักท่องเที่ยวสูงวัยที่ยังแข็งแรงเดินได้สะดวกคล่องตัว ถึงจะเหนื่อยหอบบ้าง และต้องพักเป็นระยะ แต่ก็สามารถเดินขึ้นมาถึงปากถ้ำได้อย่างไม่ยากนัก

      ภายในถ้ำอากาศเย็นสบาย เพราะมีช่องลมธรรมชาติพัดผ่าน ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ห้องต่างๆภายในถ้ำ ที่เชลยได้เข้ามาหลบภัยแล้วตั้งชื่อเอาไว้ทั้งหมด 12 ห้อง เช่นห้องปล่องแสงทอง เป็นห้องที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาถึงพื้นถ้ำเป็นสีเหลืองทองในช่วงเช้า เกิดเป็นห้องปล่องแสงทอง ห้องม่านประกายเพชร มีหินงอกหินย้อไหลเป็นเส้นๆ มองคล้ายม่านที่มีประกายเพชรประดับอยู่ และห้องไฮไลท์ของถ้ำเชลยก็คือ ห้องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ Mr.John Coast เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีชีวิตรอดกลับมาเล่าไว้ว่า ได้ดื่มน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำนี้ แล้วหายจากเป็นไข้มาลาเรีย แต่น่าเสียดายบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ได้แห้งเหือดหายไปแล้ว

    นั่งรถไฟ KIHA183 ชมดนตรีในสวนแห่งความรัก @ กาญจนบุรีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 -11 กุมภาพันธ์ 2567 สามารถติดตามข่าวสารจองทริปต่อไปของรถไฟ KIHA 183 และสามารถโหลดรูปในทริปนี้ได้ทางเพจ Feacbook ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย  

Share this post