เรื่อง/ภาพ สุเทพ ช่วยปัญญา

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ไตรมาส 1/2567 โดยรวมดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมาก แต่สูงที่สุดในรอบ 4 ปีพร้อมเสนอรัฐบาลจัด Campaign ทัวร์คนละครึ่งจาก Digital Wallet เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เงินหมุนเวียนในระบบ เพิ่มมูลค่าเป็น 2 เท่า จาก Digital Wallet 1 แสนล้านบาท และจากนักท่องเที่ยวจ่ายเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท กระจายรายได้ทั่วประเทศ

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นประธานแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 1/2567 พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ผกากรอง เทพรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นายกิตติ พรศิวะกิจ ประธาน Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมแถลง โดยมี นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ รองประธานประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายโสพนา บุญสวยขวัญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายเทิดศักดิ์ ตั้งกิจตรงเจริญ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายกฤติเดช ทองเพิ่ม ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เกียรติร่วมงาน

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอ สวัสดีสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 1/2567 แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวโดยรวมดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ทำให้เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคนรายได้ 2.3 ล้านล้านบาทรวมกับรายได้จากไทยเที่ยวอีก 1.2 ล้านล้านบาทรวมเป็น 3.5 ล้านล้านบาทเป็นไปได้มากขึ้นแต่ทางรัฐบาลจะต้องออกมาตรการมากระตุ้นการท่องเที่ยวมาร่วมด้วยอย่างเช่นมาตราการฟรีวีซ่าซึ่งได้ผลอย่างมากเช่นประเทศไต้หวันพอเปิดฟรีวีซ่าแล้วนักท่องเที่ยวสะสมรวมถึงเดือนมีนาคมขึ้นมาเป็นอันดับ 10 แล้ว

การพูดคุยพบปะกับสมาชิกจากลงพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศมา 6 เดือนก่อนหน้านี้เพื่อรวบรวมความต้องการของสมาชิกเสนอไปยังรัฐบาลอย่างเช่นนักมวยต่างชาติที่มาเรียนมวยไทยต้องการอาศัยอยู่ในประเทศไทยระยะยาวขั้นตำ่ 6 เดือนถึง 1 ปีถ้าออกวีซ่าให้เขาได้ก็เป็นการนำรายได้เข้าประเทศอีกทางและเป็นการส่งเสริม Soft Power ของเราอีกช่องทาง

ผมเพิ่งไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์มาในช่วงโควิดเขาปรับปรุงพัฒนา Renovate เกาะ Sentosa ซึ่งในอดีตเป็นเมืองร้างให้กลับมาเป็นเมืองที่สวยงามต้นไม้ใหญ่เงียบสงบลิงที่เคยอาศัยอยู่เยอะบนเกาะก็จับไปปล่อยที่เกาะอื่นและเปิดเกาะ Sentosa เป็นแหล่งท่องเที่ยว High end ให้นักท่องเที่ยวเขามาพักอาศัยอยู่แบบ Slow Life ตามกลางธรรมชาติที่สวยงามเมืองสะอาดปลอดภัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมีรถไฟฟ้า monorail วิ่งบริการรอบเกาะเข้าใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสแต่ช่วงโควิดเราไม่ได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของเราเลยเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผมก็จะนำเสนอรัฐบาลด้วย

ส่วนเรื่องแบงค์ชาติจะลดดอกเบี้ยหรือไม่นั้นผมคิดว่ามันไม่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวเลยแต่ที่มันมีผลกระทบนั้นก็คือการที่เราเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนต่างหากซึ่งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรายเล็กย่อยของเราก็เรียกร้องมาตั้งแต่แล้วที่ผ่านมา SME แบงค์ก็เข้ามาช่วยได้ส่วนหนึ่งแต่ปัญหาหลักมันอยู่ที่ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กไม่มีใบอนุญาตถ้าเราทำให้เขามีใบอนุญาตประกอบการได้ง่ายขึ้นเขาก็สามารถถึงแหล่งเงินได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

รายได้จากการท่องเที่ยวเท่ากับ 20% ของ GDP เป็นเงิน 1 แสนล้านบาทจะเสนอรัฐบาลจัด Campaign ทัวร์คนละครึ่งเอาจาก Digital Wallet 20% 1 แสนล้านบาทจาก 5 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ให้เงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมูลค่าเป็น 2 เท่าจาก ไม่ต้องกลัวว่าเงินจะหายไปจากระบบ และไม่มีผลผัพธ์กลับคืนมา มันจะไม่เป็นอย่างนั้น ตรงกันข้ามจะมีเงินในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินซื้อทัวร์ หรือห้องพัก อีกครึ่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวจากเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท รวมเป็น 2 แสนล้านบาท GDP จะโตเพิ่มอีก 0.5% และสามารถกำหนดเป้าหมายให้กระจายรายได้ไปยังเมืองรองได้ด้วย”

รองศาสตราจารย์ผกากรอง เทพรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แถลง “ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ระดับ 81 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2566 ที่ระดับ 77 และไตรมาส 1/2566 ที่ 74 สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมาก แต่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (86) มีสถานการณ์ท่องเที่ยวเป็นบวกมากกว่าธุรกิจประเภทอื่น รองลงมาเป็นธุรกิจที่พักแรมและบริษัทนำเที่ยว (85) ส่วนร้านขายของฝาก/ของที่ระลึกและสถานบันเทิง (75) มีความเชื่อมั่นต่ำกว่าธุรกิจประเภทอื่น ภาคใต้ (86) สถานการณ์ท่องเที่ยวเป็นบวกมากกว่าภูมิภาคอื่น รองลงมาเป็นภาคตะวันออก (84) และภาคเหนือ (83) ตามลำดับ ส่วนภาคกลาง (77) สถานการณ์ท่องเที่ยวต่ำกว่าภูมิภาคอื่น

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.37 ล้านคน เพิ่มขึ้น 44% จากปีที่แล้ว ไทยเที่ยวไทยมากกว่า 50 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้รวมประมาณ 6.5 แสนล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 34 – 36 ล้านคน รายได้ 2.5 ล้านล้านบาท ในเชิง Demand ยังมีโอกาส ที่จะเพิ่มรายได้เป็น 3.0-3.5 ล้านล้านบาท ปัจจัยความสำเร็จขึ้นกับยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลจะใช้ ทั้งในเชิงงบประมาณและการสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการ วันนี้เรามีความท้าทายเร่งด่วน 4 ข้อ คือ PM2.5 / ทักษะคนท่องเที่ยว / ค่าตั๋วเครื่องบินแพง และ การแข่งขันในช่วง Green Season ไตรมาส 2-3 ที่หลายประเทศอัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างดุเดือด
อัตราการเข้าพักในธุรกิจที่พักแรมในภาพรวมร้อยละ 60 น้อยกว่าไตรมาส 4/2566 โดยภาคใต้มีอัตราการเข้าพักสูงที่สุด (ร้อยละ 72) รองลงมา ภาคตะวันออก (ร้อยละ 64) ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเข้าพักน้อยที่สุด (ร้อยละ 51) ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 2/2567 จากผู้ประกอบการทั่วประเทศ อยู่ที่ระดับ 83 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาสนี้จากช่วงเทศกาลสงกรานต์”

นายกิตติ พรศิวะกิจ ประธาน Smart Tourism สทท. กล่าวว่า “เพื่อมุ่งเป้าสู่รายได้การท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาทและต่อยอดนโยบาย Ignite Thailand สทท.มีข้อเสนอต่อรัฐบาล 4 ยุทธศาสตร์ดังนี้
1. ยุทธศาสตร์ Ignite X ใช้ Tourism Hub เป็นแกนกลางเชื่อมโยงอีก 7 เสาหลักเพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายรายได้เช่น T X H = Health Tourism ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกีฬาและผู้สูงวัย / T X A = AgroTourism ท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนและอาหารท้องถิ่น / T x D = Digital Nomad
2. ยุทธศาสตร์ 4 สมดุล (1) สมดุลเมืองหลักเมืองรองกระจายรายได้สู่เมืองรองโดยใช้ 3 แกนบริษัทนำเที่ยวอินฟลูเอนเซอร์และแพลทฟอร์มใช้เมืองที่มีสนามบินนานาชาติเป็นเมืองหลักใช้รถบัสรถตู้รถไฟเครื่องบินโลคัลเป็นเครื่องมือกระจายนักท่องเที่ยว (2) สมดุลเล็ก– ใหญ่ต้องจัดสรรงบประมาณส่งเสริม SME ให้มีพลังกลับมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสำหรับ 40 ล้านคนลด K Shape (3) สมดุล Natural – Manmade + Event ลดการพึ่งพาธรรมชาติสร้าง Manmade ในอุทยาน + Mega Event ในเมืองใหญ่ + D MICE ในเมืองรอง (4) สมดุล Quick Win – Sustainable Win ต้องปลูกป่าและทำฝนเทียมไปพร้อมกันต้องยกระดับเรื่อง Green ไปพร้อมกับการ growth hacking ชี้เป้าพานักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เป้าหมายในวัน weekday

3. ยุทธศาสตร์ 4 เติมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ Supply-side เพื่อเติมทุนเติมลูกค้าเติมความรู้เติมนวัตกรรม (1) เติมทุน 5,000 ล้านบาทเสริมสภาพคล่อง SME แบบเข้าถึงได้อนาคตต่อยอดเป็นกองทุน Smart Tourism และธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว (2) เติมลูกค้าแบบมุ่งเป้าตามชาติวัยความสนใจเช่น Digital Wallet สำหรับการท่องเที่ยว / ข้าราชการเที่ยวไทย / เมืองเกษียณโลก / LGBTQ / Tourism For All / ท่องเที่ยวเชิงอาหาร / สายมู / VISA Asean / VISA มวยไทย / Friend of Thailand เช่นโรเจอร์เฟดเดอร์เรอร์ (3) เติมความรู้ยกระดับทักษะบุคลากรทางการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ / ทำ workshop สร้างสินค้าและเส้นทางที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ (4) เติมนวัตกรรมเช่นการใช้ Canva / Generative AI / Live / B2B / Web API / VR360 / Tiktok / Reels / Big Data
4. ยุทธศาสตร์ 4 สงครามเร่งด่วน (1) แก้ปัญหา PM2.5 ทั้งการปราบปรามและใช้ภาคท่องเที่ยวส่งเสริมการใช้วัตถุดิบที่เหลือเช้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม (2) Safety Trust ยกระดับความปลอดภัยทุกมิติก่อนเกิดเหตุระหว่างเกิดเหตุหลังเกิดเหตุทั้งด้านการป้องกันจากการตรวจสภาพรถเรืออาคาร / การฝึกอบรมบุคลากรเพื่อความปลอดภัย / มาตรฐาน Food Safety / การแจ้งเหตุผ่านเครือข่าย 5G / การรักษาพยาบาลได้ทุกร.พ. (3) Cyber – Fake Web Page ทัวร์ทิพย์ปราบปรามเว็บหลอกลวงให้โอนเงินค่าจองโรงแรมค่าทัวร์และสินค้าของฝาก (4) Nominee – Fake Guide ปราบปรามขบวนการนอมินีและไกด์เถื่อนอย่างจริงจังมีการให้รางวัลกับผู้แจ้งเหตุและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด”

สทท. เสนอ “ทัวร์คนละครึ่ง” กระตุ้นท่องเที่ยวไทย 1 แสนล้านบาทเพิ่มมูลค่า 2 เท่าจาก Digital Wallet จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2567 ณ ห้องประชุมกินรี ชั้น 10 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร