www.สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม.com

TEPA - Travel & Environment Press Agency

ANE4993-S

“นั่งรถไฟ KIHA183 ท่องเมืองศิลป์ ถิ่นสัทธา ดาราพราว #เส้นทางสายดวงดาว @ ราชบุรี”

                เรื่อง/ภาพ สุเทพ ช่วยปัญญา สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม

       การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (สสทท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) บริษัทเมืองไทยครีเอทีฟแอนด์ทัวร์จำกัด และสำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม (สทส.) จัดกิจกรรม “นั่งรถไฟ KIHA183 ท่องเมืองศิลป์ ถิ่นสัทธา ดาราพราว #เส้นทางสายดวงดาว ชมการแสดงหนังใหญ่วัดขนอม ทำกิจกรรม DIY PASAYA Factory Outlet ตื่นตา Lighting ณ สัทธา อุทยานไทย สักการะ พระมงคลบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร ย้อนอดีตคิดถึงความหลัง ณศตวรรษสยาม ล่องเรือชมวิถี คลองดำเนินสะดวก ดูการสาธิตการผลิต เรื่องของโอ่ง @ ราชบุรี”

         ชมการแสดง หนังใหญ่ วัดขนอม ราชบุรี

      หนังใหญ่วัดขนอม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยท่านพระครูศรัทธาสุนทร หรือ หลวงปู่กล่อม ท่านมีความคิดที่จะสร้างหนังใหญ่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จึงได้ชักชวนครูอั๋ง ช่างจาด ช่างจ๊ะ และช่างพวง มาร่วมกันสร้าง ชุดแรกที่สร้างคือ ชุดหนุมานถวายแหวน และต่อมาได้สร้างเพิ่มอีก 9 ตัว ปัจจุบันมีตัวหนังทั้งหมด 313 ตัว

    หนังใหญ่วัดขนอมเป็นการแสดงชั้นสูง หลายแขนงเช่น หัตถศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และวรรณศิลป์ มาผสมผสานกันให้สอดคล้องประกอบกับบทพากย์  บทเจรจา  บทขับร้อง  ดนตรีปี่พาทย์ ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องราว และให้อรรถรสแก่ผู้ชมได้อย่างสมบูรณ์ เรื่องที่นิยมแสดงมากที่สุด คือ เรื่องรามเกียรติ์

     นักท่องเที่ยวถ่ายรูปหมู่ที่หน้า โรงมโหรสพหนังใหญ่วัดขนอม เสร็จแล้ว ก่อนชมการแสดงหนังใหญ่ นางสาวกนกรัตน์ โพธิ์สายราก เจ้าหน้าที่เฉพาะงาน สำนักผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี ถวายสังฆทานแด่ พระครูพิทักษ์ศิลปาคม (นุชิตวชิรวุฑฺโฒ) ณ วัดขนอม ราชบุรี พร้อมตัวแทนคณะนักท่องเที่ยวร่วมถวายสังฆทาน

         พิพิธภัณฑ์ หนังใหญ่ วัดขนอม ราชบุรี

     อาคารพิพิธภัณฑ์ วัดขนอน เป็นหอสวดมนต์เก่า ซึ่งเป็นเรือนไม้ทรงไทยอยู่ริมน้ำแม่กลอง ตัวเรือนพิพิธภัณฑ์ออกแบบโดย ผศ.สมใจ นิ่มเล็ก และตกแต่งภายในโดย รศ.พงศ์ศักดิ์ อารยางค์กูร จัดแสดงนิทรรศการหนังใหญ่อายุกว่า 100 ปี ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ แสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่ และกรรมวิธีการแกะสลักตัวหนังใหญ่

         ทำกิจกรรม DIY PASAYA Factory Outlet

    PASAYA Factory ตั้งอยู่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปเลือกชมสินค้าราคาถูกจากโรงงาน สินค้าตกแต่งบ้านคุณภาพส่งออก ลดสูงสุดถึง 70%  อาทิ ผ้าม่านกันไฟ ชุดเครื่องนอน ผ้าบุโซฟา ผ้าปูโต๊ะ เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์สำนักงาน นอกจากนี้อาคารแสดงสินค้า อาคารโรงงานต่างๆ ได้รับการออกแบบมาอย่างดี รูปทรงสวยงาม โดยเฉพาะ Octospider อาคารรูปทรงปลาหมึกแมงมุม ลอยฟ้า กลางทะเลสาบ เป็นโรงอาหารพนักงาน และเปิดเป็นร้านอาหาร ให้นักท่องเที่ยวเข้าทานอาหารได้ด้วย 

    นางผ่องพรรณ ศิริวัฒนาวงศา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี พร้อมด้วย นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นายนัทธ์ชนัน สุนทรฉาย ผู้จัดการฝ่ายบริหารสำนักงาน PASAYA Factory คุณพันทิพา โชติวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย PASAYA Factory นายปฏิกรณ์ วุทธานันท์ ผู้จัดการโรงงาน PASAYA Factory คุณณวภัสร์ ฤทธิเดช ผู้จัดการส่วนงานบริหารทั่วไป PASAYA Factory ร่วมกันกล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยว ทริป “นั่งรถไฟ KIHA183 ท่องเมืองศิลป์ ถิ่นสัทธา ดาราพราว #เส้นทางสายดวงดาว @ ราชบุรี”

         DIY ผ้า Furoshiki 

   Furoshiki เป็นผ้าห่อกล่องข้าวเบนโต๊ะของญี่ปุ่น แต่ก็สามารถนำผ้า มาทำประโยชน์อย่างอื่นได้หลายรูปแบบ นำมาเป็นย่ามใส่ของ เป็นถุงผ้าใส่โทรศัพท์มือถือ และaccessory ต่างๆ

  ทีม Staff PASAYA แจกผ้า Furoshiki ให้คนละ 2 ผืน เพื่อทำกิจกรรม  DIY ผ้า Furoshiki นักท่องเที่ยวตั้งใจทำกิจกรรม DIY กันอย่างทั้งใจกันทุกคน ทำเสร็จได้ถุงผ้า Furoshiki กลับบ้านเป็นของที่ระลึกด้วย

        เยี่ยมชมโรงงานการผลิต PASAYA Factory

    ทำกิจกรรม DIY เสร็จ Staff PASAYA ก็พามาชมโรงงานขั้นตอนการผลิต การผลิตเส้นด้ายชนิดพิเศษ การท่อผ้าด้วยเทคนิคขั้นสูง และตรวจคุณภาพการท่อผ้าขั้นสุดท้ายก่อนส่งออกขาย หรือส่งให้ลูกค้า

         PASAYA Factory Outlet 

     จำหน่ายสินค้า ผ้าม่าน ชุดเครื่องนอน ผ้าบุโซฟา ผ้าชุดโต๊ะอาหาร ผ้าม้วน เครื่องแต่งกาย เนคไท ผ้าตัดเสื้อ กระเป๋า ผ้าพันคอ อุปกรณ์สำนักงาน ศิลปะบนผืนผ้า ในราคาพิเศษบางชิ้นลดมากถึง 70%  นักท่องเที่ยวเลือกซื้อกันได้ตามใจชอบ

         ตื่นตา Lighting ณ สัทธา อุทยานไทย

   ณ สัทธา อุทยานไทย ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี มี 2 บรรยากาศ อย่างแรกเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลสำคัญของไทย และของนานาชาติ ของไทยก็มีศิลปินนักร้องในอดีต อดีตนายกรัฐมนตรี และหุ่นขี้ผึ้งองค์สมเด็จย่า นานชาติก็มีอดีตประธานาธิบดีของประเทศจีน เวียดนามเป็นหลัก

    Part 2 ตื่นตาตื่นใจไปกับการประดับตกแต่งไฟในบรรยากาศสวนป่า เนรมิตหลากสีสันของ Lighting ผสานความเป็นไทย ที่สร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี และเทคนิคการออกแบบแสงไฟ ให้เข้ากับศิลปสถาปัตยกรรมไทย งานแสดงไฟแต่ละจุดดูสวยงามตระการตา และมีเอกลักษณ์แบบไทย

    นักท่องเที่ยวนิยมเช่าชุดไทยมาถ่ายรูป Lighting ตามจุดต่างๆแบ่งเป็น 20 โซน รวมถึงมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ มากมาย เริ่มจากโซนแรก ยุคทอง ที่เมื่อเดินเข้ามา จะพบกับพระบรมรูปสามกษัตริย์ จากนั้นเดินเข้ามาในส่วนข้างในนี้ก็จะเป็นโซน Season Change ที่จะประดับไฟตามต้นไม้ทุกต้น และสีของไฟด้านล่างก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถัดไปเป็นโซน Milky Way หรือสีสันแห่งดอกไม้ แล้วต่อด้วยโซน จิตวิญญาณแห่งสยาม ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีคลื่นศักดิ์สิทธิ์ ของจิตวิญญาณแห่งสยามอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงานที่คนนิยมมาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

   นอกจากนี้ก็ยังมีโซนต่างๆ ให้ถ่ายรูปกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แสงเกสร ถ้ำเวทมนต์ และต้นไม้เรืองแสง ลานแสงแห่งความสุข ระบำแสงไฟ ภูติแห่งป่า และภูติแห่งแสง เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม และเลือกจุดถ่ายรูปกันได้ตามใจชอบ

       สักการะ พระมงคลบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี

    วัดมหาธาตุวรวิหาร หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแม่กลอง กลางใจเมืองราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 หรือประมาณในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพราะมีการสร้างปราสาทศิลปะขอม ซ้อนทับเข้าไปในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 18 

      ภายหลังจากนั้นปราสาทเกิดการพังทลายลงมา ได้มีการสร้างปรางค์องค์ใหม่ขึ้นในสมัยต้นอยุธยา หรือราวพุทธศตวรรษที่ 20 – 21 ทำให้ปัจจุบันนั้นภายใน วัดมหาธาตุวรวิหาร แห่งนี้ ก็จะมีทั้ง วิหารหลวง ที่ประดิษฐาน พระมงคลบุรี  พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มีพระพักตร์สุโขทัยพระองค์ยาว หันหน้าสู่ทิศตะวันออก และมีการสร้างพระหันหลังให้กันอีกองค์หนึ่ง หันหน้าสู่ทิศตะวันตก

     นักท่องเที่ยวกราบขอพร พระมงคลบุรี กันแล้ว ก็ไปเดินเวียนเทียนทักษิณาวรรต รอบพระปรางค์ 3 รอบ และขึ้นไปไหว้พระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะขอม ที่ประดิษฐานอยู่ในพระปรางค์ ซึ่งห้ามถ่ายรูป ภายในวัดยังมี ธรรมจักร ระฆังหิน หัวบันไดนาคแบบศิลปะขอม ให้ได้ชมกันด้วย

         ย้อนอดีตคิดถึงความหลัง ณ ศตวรรษสยาม

      ศตวรรษ สยาม ตั้งอยู่ในสวนมะพร้าวที่ ตำบลตาหลวง อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะสมของแนววินเทจ ของเก่าแท้ๆอายุหลายสิบปีที่หาชมได้ยาก เสมือนสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ ที่สะท้อนเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านในอดีตกาลช่วง 100 ปีที่ผ่านมา 

      จัดแสดงอยู่ภายในห้องนิทรรศการต่างๆ ในอาคารศิลปะแบบ ชิโน -โปรตุกีส ชมตู้ยาแก้ปวดในห้างโอสถกวนชุน แวะร้านตัดผมที่ รวมชัยเกศา นอกจากนียังมี ห้องมิตรสัมพันธ์สาสน และบรรณาคาร ที่รวบรวม หนังสือเพชรพระอุมา หนังสือพล นิกร กิมหงวน และก็มีร้านโชวห่วย ตู้ของเล่นสังกะสีป๊อบอาย ตู้โชว์ไอ้มดแดงรวมหมดทุกภาค ตลอดจนถึงป้ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าของฟิลิปส์ ค.ศ. 1952 ในร้านกิจไพบูลย์ 

    นอกจากนี้ ศตวรรษ สยาม ยังมีเรือนปั้นหยาอายุมากกว่าร้อยปี ของตระกูลตันยุวรรธนะ ที่ถูกรื้อถอนจากกรุงเทพมหานคร มาปลูกสร้างใหม่ให้เหมือนเดิมมากที่สุด ท่ามกลางบริบทของท้องร่องริมคลองสุดร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในบ้านได้ทุกมุมของบ้าน

           ล่องเรือชมวิถีคลองดำเนินสะดวก

   ช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวมาลงเรือที่คลองดำเนินสะดวก ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เรือลงได้ลำละ 6 คน ล่องไปตามคลองดำเนินสะดวก ผ่านตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวก ที่มีแม่ค้าพายเรือขายอาหารไทยแบบพื้นบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมลองทานกัน ไม่ว่าจะเป็นเรือน้ำมะพร้าวอ่อน เรืออาหารพื้นบ้าน ผัดไทย หอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ของหวานก็มีเรือไอศกรีมกะทิ เรือน้ำแข็งใส เรือผลไม้สดจากสวน ให้เลือกชิมมากมาย ใช้เวลาล่องเรือประมาณครึ่งชั่วโมง เรือก็มาส่งนักท่องเที่ยวที่ท่าเดิม  

            ศูนย์การเรียนรู้เรื่องของโอ่ง 

      พิพิธภัณฑ์เรื่องของโอ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  เชิงอนุรักษ์ เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น  ด้วยความมุ่งมั่นในการสืบสานศิลปะวัฒนธรรม การปั้นโอ่งมังกร  ของจังหวัดราชบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2513 ด้วยการซื้อกิจการต่อจากโรงโอ่งดินไทยเจริญ แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็น โรงโอ่งเรืองศิลป์ ในปีเดียวกันนับตั้งแต่นั้นมา โดยผลิตโอ่งมังกร เครื่องเคลือบดินเผา ทั้งแบบตกแต่ง ประดับอาคาร และตกแต่งสวนหย่อมภายในบ้าน รวมถึงผลิตสินค้าตามคำสั่งของลูกค้า โรงโอ่งเรืองศิลป์ มีอยู่ 3 สาขา ในจังหวัดราชบุรี และเปลี่ยน โรงโอ่งเรืองศิลป์ แห่งนี่เป็น ศูนย์การเรียนรู้เรื่องของโอ่งในปัจจุบัน

       นักท่องเที่ยวได้ชมการสาธิตการปั้นโอ่ง การเขียนลายรอบๆตัวโอ่ง ดูเตาเผาโอ่งจำลอง อย่างใกล้ชิด เข้าชมพิพิธภัณฑ์ หลังเข้าฟังการบรรยายประวัติความเป็น เรื่องของโอ่ง จากทีม Steff เรื่องของโอ่ง อย่างละเอียด จากนั้นก็เช็คอินถ่ายรูป และปิดท้ายด้วยการซื้อโอ่งเล็กสีสันสวยงาม เป็นของฝากกลับบ้านได้ด้วย 

    สามารถติดตามข่าวสารจองทริปต่อไปของรถไฟ KIHA 183 และสามารถโหลดรูปในทริปนี้ได้ทางเพจ Feacbook ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยและเพจสำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม 

Share this post