เรื่อง/ภาพ สุเทพ ช่วยปัญญา สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม

จังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับ ภาคเอกชน และผู้นำชุมชน จัดทำโครงการ อนุรักษ์นกแขกเต้า วัดเสาธงทอง นกแก้วหัวแพร วัดม่วง สร้างบ้านให้นก เพิ่มโอกาสในการแพร่พันธุ์ และผลักดันให้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ ของจังหวัดสิงห์บุรี เป็นการค้นพบแหล่งอยู่อาศัย และเพาะพันธุ์ นกแขกเต้า บนต้นยางขนาดใหญ่อายุกว่า 300 ปี ในบริเวณวัดเสาธงทอง และแหล่งอยู่อาศัยทำรัง นกแก้วหัวแพร บนหลังคาโบถส์ วัดม่วง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นนกหายาก สัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทย

นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานการประชุม หารือ เตรียมความ จัดทำโครงการอนุรักษ์ นกแขกเต้า วัดเสาธงทอง นกแก้วหัวแพร วัดม่วง สร้างบ้านให้นกเพิ่มโอกาสในการแพร่พันธุ์ และผลักดันให้เปิดเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แห่งใหม่ ของจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย พระครูดร.วิโรจน์เขมคุณ เจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) น.สพ.เกษตร สุเตชะ นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย นางสาววิมลฤดี ฟักมณี รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี (ททท.) นายวัชรินทร์ คุ่ยศิริ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดสิงห์บุรี นางสาวอัจฉรา โชติวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางมัญ นายโกวิท แสนสุข ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรี นายปรีชาชาญ เกตุหิรัญ นายกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดสิงห์บุรี นางพัชรินทร์ ทองเชื้อ พัฒนาการอำเภอเมืองสิงห์บุรี นายวิเชษฐ์ โกมล กำนันตำบลบางมัญ นายบรรหาร ตันหยง ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลหัวป่า ผู้แทนชุมชนวัดเสาธงทอง ผู้แทนชุมนวัดม่วง ผู้แทนชุมชนวัดสว่างอารมณ์ และผู้แทนชุมชนชลอน เข้าร่วมประชุม

นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า “จังหวัดสิงห์บุรีมีแหล่งท่องเที่ยว ทั้งทางศิลปะวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัดโบราณเก่าแก่มากมาย เป็นเรื่องที่หน้ายินดีที่เราได้ค้นพบ นกแขกเต้า วัดเสาธงทองนกแก้วหัวแพร วัดม่วง

วันนี้เราก็เลยมาระดมความคิดว่าเริ่มทำโครงการการอนุรักษ์ นกแขกเต้า วัดเสาธงทอง นกแก้วหัวแพร วัดม่วง กันอย่างไรดี แต่เราก็โชคดีที่มี สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย และนายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย คอยให้คำปรึกษา และระดมความคิดจาก ททท.สำนักงานสิงห์บุรี ทกจ.สิงห์บุรี และคนในชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนับหนึ่งกับโครงการนี้”

นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) กล่าว่า “จากการที่ทาง สธทท. ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีหลายครั้งใน 2 ปี ที่ผ่านมา มาอบรมให้ความรู้ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน กับคนในชุมชนทั้ง 6 อำเภอ ในจังหวัดสิงห์บุรี หรือนำนักท่องเที่ยวมาโดยรถบัสในโครงรถบัสเที่ยวทั่วไทย หรือมาด้วยรถไฟ KIHA 183 อีกหลายครั้ง ทุกครั้งก็ประสบผลสำเร็จดีเกินขาด คนในชุมชนรวมมือใส่ใจในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วเกิดความประทับใจ มาแล้วอยากมีอีก

สธทท. เราก็ต้องพยามหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ เราก็ได้มาเจอ แหล่งเพาะพันธุ์อยู่อาศัยบนต้นยาง บริเวณกลุ่มต้นยางยักษ์อายุกว่า 300 ปี ในบริเวณวัดเสาธงทองแห่งนี้ จึงได้ปรึกษาไปทางจังหวัดสิงห์บุรี สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย และคนในชุมชน ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จึงได้เกิดโครงการอนุรักษ์ นกแขกเต้า วัดเสาธงทอง นกแก้วหัวแพร วัดม่วง และผลักดันให้เป็นแหล่งทองเที่ยวเชิงนิเวศ แห่งใหม่ของจังหวัดสิงห์บุรี ขึ้นมาในวันนี้”

นายแพทย์สัตวแพทย์เกษตร สุเตชะ นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ทางสมาคมฯเราได้รับการติดต่อจากทาง สธทท. ให้มาตรวจสอบนกแก้วที่อาศัยอยู่บนยอดต้นยาง บริเวณวัดเสาธงทองให้หน่อยมาเป็นนกแก้วชนิดไหน เป็นนกแก้วหัวแพร นกแก้วหายากของประเทศไทยที่ใกล้สูญพันธุ์ ใช่หรือไม่ เรามีข้อมูลอยู่แล้วว่ามีนกแก้วหัวแพรอาศัยอยู่ที่ วัดม่วง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งห่างจากวัดเสาธงทองไม่ถึง 10 กิโลเมตร แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีนกแก้วหัวแพรที่วัดเสาธงทองอีก ก็เลยมาเดินทางมาดู ปรากฏว่าไม่ใช่กลายเป็นนกแขกเต้า ซึ่งก็เป็นนกแก้วหายากของประเทศไทย ที่ใกล้สูญพันธุ์เหมือนกัน และที่วัดเสาธงทองยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของนกแขกเต้าด้วย

นกแก้วที่สามารถพบได้ในประเทศไทย ปัจจุบันมีอยู่ 7 ชนิด ได้แก่ นกแก้วโม่ง นกแขกเต้า นกแก้วหัวแพร นกกะลิงนกหกเล็กปากดำ นกหกเล็กปากแดง และนกหกใหญ่ ซึ่งบางชนิดสามารถพบได้เพียงป่าเท่านั้น เพราะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเขตเมืองได้ ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหาร เมื่อก่อนถ้าเราจะดู นกแก้วหัวแพร หรือนกแขกเต้า ก็ต้องลุยป่าเข้าไปดูในป่าห้วยขาแข้ง หรือใกล้สุดก็ที่เขาใหญ่ แต่ปัจจุบันก็หาดูนกแก้วหายได้ที่ โรงเรียน วชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และที่วัดสวนใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีการจัดตั้งชมรมอนุรักษ์นกแก้วหายากไว้แล้ว ส่วนที่วัดเสาธงทอง และวัดม่วง ก็ต้องจัดตั้งชมรมอนุรักษ์นกแก้วหายากร่วมกัน เพราะอยู่ใกล้กัน และต้องกันเป็นเขตอนุรักษ์ในรัศมี 20 กิโลเมตร เท่ากับระยะความสามารถในการหากินของนกด้วย”



เปิดตัว นกแขกเต้า วัดเสาธงทอง นกแก้วหัวแพร วัดม่วง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แห่งใหม่ จังหวัดสิงห์บุรี จัดขึ้นเมื่อ13 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุมวัดเสาธงทอง จังหวัดสิงห์บุรี