เรื่อง/ภาพ สุเทพ ช่วยปัญญา สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราสมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (สสทท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) บริษัทเมืองไทยครีเอทีฟแอนด์ทัวร์จำกัด และสำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม (สทส.) จัดกิจกรรมมูเตลูลิขิตแห่งดวงดาว #เส้นทางสายดวงดาว นำโดยอาจารย์คฑา ชินบัญชร ขอพรพระพิฆเนศ อุทยานพระพิฆเนศองค์ยืน ไหว้พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข วัดสมาน สักการะพระพิฆเนศ ปางประทานพร วัดโพรงอากาศ กราบขอพรหลวงพ่อโสธร ร่วมงานมะม่วง ของดีเมืองแปดริ้ว @ ฉะเชิงเทรา

ลงทะเบียนรับป้ายคล้องคอ



นักท่องเที่ยวเดินทางมาลงทะเบียน ที่สถานีกรุงเทพทั้งหมด 200 คน เต็มทุกที่นั่ง และรับป้ายคล้องคอกันแต่เช้า ลงทะเบียนเรียบร้อยรับเครื่องดื่มร้อน ชา กาแฟ โอวันติน จากนั้นใครจะถ่ายรูปเช็คอินก่อนขึ้น รถไฟ KIHA183 เพื่อเดินทางไปจังหวัดฉะเชิงเทราในเวลา 7.40 นาฬิกา

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวกนกรัตน์ โพธิ์สายราก เจ้าหน้าที่เฉพาะงาน สำนักผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อาจารย์คฑา ชินบัญชร นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ รองนายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา และนางสาวนาถลดา ศักดิ์ศิริรัตน์ ผู้ช่วยประธานสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย ร่วมต้อนรับคณะนักท่องเที่ยว ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง ทริป “นั่งรถไฟ KIHA 183 มูเตลู ลิขิตแห่งดวงดาว #เส้นทางสายดวงดาว @ ฉะเชิงเทรา”

ออกเดินทางจาก สถานีรถไฟหัวลำโพง

ในทริปนี้มี อาจารย์คฑา ชินบัญชร ร่วมทริปไปกับเราด้วย เพื่อเป็นเจ้าพิธีให้กับนักท่องเที่ยวสายมูเตลู โดยเฉพาะ หลังจาก รถไฟ KIHA183 เริ่มออกเดินทางได้สักพัก น้องๆ Staff ก็เริ่มให้บริการอาหารเช้าแบบ เบนโตะไทย เมนูวันนี้เป็น ข้าวผัดอเมริกัน เคียงมาด้วยน่องไก่ทอดชิ้นโต เสิร์ฟพร้อมชาเขียว และน้ำเปล่า

มาเปลี่ยนรถบัส สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา


รถไฟ KIHA183 ก็เดินทางมาถึง สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวลงจากรถไฟ แล้วก็เปลี่ยนมาขึ้นรถบัสทั้งหมด 5 บัส ที่จอดรออยู่แล้ว ในทริปนี้นักท่องเที่ยวจะขึ้นรถบัสต่อไปที่ วัดโพรงอากาศเลย โดยจะไม่ไปถ่ายรูปบนสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง เหมือนทริปก่อนๆ แต่จะไปชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น บนสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงในตอนเย็น

สักการะพระพิฆเนศ ปางประทานพร วัดโพรงอากาศ



วัดโพรงอากาศ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทราภายในวัดมี พระพิฆเนศปางประทานพร ตั้งอยู่ด้านหน้าให้นักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร

นักท่องเที่ยวลงจากรถแล้วก็มาซื้อดอกไม้ธูปเทียน นำไปจุดบูชาพระพิฆเนตรองค์จำลอง ที่ตั้งอยู่ด้านข้างขององค์จริง อาจารย์คฑา ชินบัญชร ที่นั่งรถไฟมากับนักท่องเที่ยวตั้งแต่สถานีหัวลำโพง เป็นเจ้าพิธีในการนำสักการะขอพร แม้อากาศจะร้อนแต่นักท่องเที่ยวก็ไม่ถอย ด้วยพลังศรัทธาที่มีต่อองค์พิฆเนตร ให้ท่านปกปักษ์รักษา คิดอะไรสมความปราถนา หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เฮงๆ รวยๆ

วัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่

ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นวัดจีนที่สำคัญของฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นมาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2449 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี เพื่อเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา พร้อมกับพระราชทานนามว่า วัดจีนประชาสโมรสรเชื่อกันว่าวัดนี้เป็นหนึ่งใน 3 วัด ที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวมังกร หัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพมหานคร หางมังกรอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จังหวัดจันทบุรี และท้องมังกรนั้นอยู่ที่วัดเล่งฮกยี่แห่งนี้



อาจารย์คฑา ชินบัญชร นำไหว้ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่ประตูทางเข้า พระประธาน 3 องค์ และองค์ 18 อรหันต์ ที่ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน รูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่เซ่งเอี้ย ที่อยู่ด้านขวาขององค์พระประธาน และนำไหว้ เราประวัติความสำคัญขององค์พระอุปคุฑ ที่อยู่ด้านข้างของศาลเจ้า

ไหว้พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข วัดสมาน



วัดสมานรัตนาราม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลบางแก้ว อำเภอฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2422 ได้ชื่อว่า วัดใหม่ขุนสมานเพิ่มนคร สร้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับ ครอบครัวท่านขุนสมานจีนประชา ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น วัดสมานรัตนาราม ภายในประดิษฐาน พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย



เนื่องจากวันนี้อากาศร้อนในช่วงบ่าย อาจารย์คฑา ชินบัญชร จึงพานักท่องเที่ยวมาสวดมนต์ขอพรองค์พระพิฆเนตร ในศาลาอเนกประสงค์ที่ติดเย็นสบาย สวดมนต์เสร็จแล้วใครจะเดินไปไหว้ พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข องค์จริงอีกที หรือจะไปขอพรด้วยการกระซิบข้างหูของหนูมุสิกะ บริวารเอกของพระพิฆเนศ ก็เชิญได้ตามความประสงค์ของแต่ละท่าน

ขอพร พระพิฆเนศ อุทยานพระพิฆเนศ องค์ยืน



องค์พระพิฆเนศองค์ยืน เนื้อโลหะสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงจากฐาน 39 เมตร ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ การจัดสร้างเริ่มขึ้นในปี 2551 และองค์เสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 โดยมี พล.ต.อ. สมชาย วาณิชเสนี เป็นประธานจัดสร้าง เพื่อให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา และประเทศไทย สร้างความเจริญที่ยั่งยืนให้กับชุมชน อีกทั้งยังเป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองแปดริ้ว



ภายในอุทยานมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ซื้อดอกไม้ธูปเทียนนำไปเดินเวียนเทียน ขอพรพระพิฆเนศ องค์ยืน เนื้อโลหะ สำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก เสร็จแล้วก็ไปเจิมหน้าผาก เขียนอักขระลงบนฝามือ รับพลังจากไฟ และกลิ่นกำยาน ให้เฮงๆ ร่ำรวยเงินทอง มั่งมีศรีสุข มาเที่ยวที่ฉะเชิงเทราทั้งที่ ก็ต้องมาไหว้กราบขอพรองค์พระพิฆเนตรให้ครบทั้ง 3 องค์ เพื่อความเป็นศิริมงคล

กราบขอพร หลวงพ่อโสธร ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร


ไหว้ขอพรพระพิฆเนตรครบ 3 ปาง แล้วก็เดินทางต่อมา กราบขอพรหลวงพ่อโสธร ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร ซึ่งในครั้งนี้ไม่ได้ทำพิธีถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์เหมือนทริปก่อน เพราะคณะของเรามาถึงวัดช่วงบ่าย พระสงฆ์รับกิจนิมนต์หมดแล้ว นักท่องเที่ยวก็จุดธูปเทียนขอพรหลวงพ่อ กันตามอัธยาศัย บางคนก็มาถ่ายรูปกับพระอุโบสถ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

เทศกาลมะม่วง ของดีเมืองแปดริ้ว ประจำปี 2567



หลังจากกราบขอพรหลวงพ่อโสธรแล้ว ก็มาเดินช้อปปิ้งในงาน เทศกาลมะม่วง ของดีเมืองแปดริ้ว ประจำปี 2567 ปีนี้ย้ายมาจัดงานในโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร ภายในงานมีร้านค้านำมะม่วงพันธุ์ต่างๆ มาว่างขายหลากหลายพันธุ์มาก พันธุ์ยอดนิยมของจังหวัดฉะเชิงเทราได้แก่ น้ำดอกไม้ ขายตึก แรด ทองดำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีต้นมะม่วงพันธุ์ต่างๆ สินค้าโอท็อป ต่างๆมาออกบูธขายด้วย

เช็คอิน ถ่ายรูป ดูพระอาทิตย์ตก กลางสะพานรถไฟข้าม แม่น้ำบางปะกง



ออกจากงานเทศการมะม่วงมาแล้ว ก็มาขึ้นรถไฟที่สถานีฉะเชิงเทรา เพื่อไปชมพระอาทิตย์ตกกลางสะพาน ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม 2 ฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นเวลา 20 นาที และทริปนี้ก็เปลี่ยนไปจากทริปก่อนๆ ที่มาถ่ายรูปเช็คอินกันตอนที่รถไฟมาถึงในตอนเช้า ซึ่งแดดจะแรงกว่าในตอนเย็น และภาพพระอาทิตย์ตก บนสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำบางปะกง ก็สวยประทับใจเป็นอย่างมา ถ้าไม่ได้มากลับรถไฟ KIHA 183 ก็จะไม่สามารถลงไปเช็คอินถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก บนสะพานรถไฟได้แบบนี้



“นั่งรถไฟ KIHA183 มูเตลู ลิขิตแห่งดวงดาว #เส้นทางสายดวงดาว @ ฉะเชิงเทรา” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 และ 31 มีนาคม 2567 สามารถติดตามข่าวสาร จองทริปต่อไปของรถไฟ KIHA 183 ได้ทางเพจ Feacbook ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย และสามารถโหลดรูปในทริปนี้ได้ทางเพจ Feacbook สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม